 |
รูปแบบดังกล่าว
จึงเกิดขึ้นในแบบของ "หมู่บ้านวัฒนธรรมถลาง" โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นสถานที่กลางรวบรวมเรื่องราวทางด้านวัฒนธรรม
ในรูปแบบพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านและเป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่สืบทอด สืบสาน
เผยแพร่ อนุรักษ์
รวมถึงส่งเสริมงานทางด้านวัฒนธรรม อีกทั้งยังเป็นที่รองรับการจัดการดำเนินกิจกรรมทางด้านวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง
และที่สำคัญเพื่อเป็นการสร้างงาน สร้างโอกาสให้มีอาชีพหรือรายได้เสริมจากการทำกิจกรรม
และรายได้จากผลผลิตทางด้านการเกษตรอีกด้วย
พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต ผู้เขียนให้ความสนใจประเด็นนี้เป็นพิเศษ ตามที่เราได้ดูหรือเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ต่างๆ
มักจะเป็นรูปแบบของหุ่นหรือรูปภาพ
สิ่งของบางอย่างก็ได้หายสาบสูญไปจากชีวิตจริงของเราแล้ว แต่รูปแบบของหมู่บ้านวัฒนธรรมถลางเป็นการดำเนินการและร่วมปฏิบัติของชาวบ้านที่
รู้จริง ทำจริง และสิ่งที่ทำก็เป็นสิ่งที่ใช้จริงอยู่ในชีวิตประจำวัน |
| ระยะเวลา
6 ปี กับพื้นที่ 5 ไร่เศษของการก่อตั้งหมู่บ้านวัฒนธรรมแห่งนี้ สื่อทั้งในท้องถิ่นและส่วนกลางได้นำเสนอเรื่องราวออกสู่สายตาของคนทั้งประเทศ
ปัจจุบันนี้หมู่บ้านแห่งนี้ต้องรองรับนักเรียน นักศึกษาและผู้เข้าร่วมชมไม่ต่ำกว่า
1,000 คน/สัปดาห์ นับว่าไม่น้อยเลยทีเดียว ที่นี่เป็นสถานที่สำหรับเยาวชนตัวน้อยๆ
ของเราได้เรียนรู้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของบรรพบุรุษ คุณยายอายุกว่า
80 ค่อยๆ จับมือหลานๆ สานตะกร้อของเล่นที่ทำจากใบมะพร้าว พื้นที่ 5
ไร่เศษมีเรือนไม้ที่แบ่งตามกิจกรรมนั้นๆ |
 |
ตั้งแต่การทำขนมพื้นบ้าน การทำอาหารคาวหวาน เรือนไทยที่ประกอบด้วยเครื่องใช้ไม้สอยในยุคเก่า
ที่ยังคงใช้งานได้ มีการละเล่นของเด็กในสมัยก่อน เรื่องที่กล่าวมานี้ผู้เข้าร่วมชมต้องลงมือทำเอง
ตั้งแต่จุดไฟจากเตาถ่ายจนถึงหุงข้าว
ปรุงเครื่องแกงพื้นบ้าน เช่น แกงส้ม แกงไตปลา อีกทั้งยังมีการทำขนม
เช่น ขนมครก ขนมโค พอถึงเที่ยงก็มาลิ้มชิมรสกับอาหารฝีมือเราเอง
โดยมีชาวบ้านคอยเป็นพี่เลี้ยงอยู่ห่างๆ |
ผู้ใหญ่หลายท่านอาจจะมองเป็นเรื่องธรรมดา
แต่ถ้ามองย้อนกลับไปถึงเด็กและเยาวชนในรุ่นปัจจุบันที่อยู่ในเขตเมือง
บางครั้งพวกเขาเหล่านั้นยังไม่เคยพบเคยเจอสิ่งที่ผู้เขียนกล่าวมาเลยก็เป็นได้
หากเราเคยเรียนลูกเสือหรือเนตรนารีจะมีการเข้าค่ายเพื่อใช้ชีวิตในป่า มีการติดไฟด้วยไม้ขีด 3 ก้าน แต่ผู้เขียนคิดว่าปัจจุบันนี้ให้ไม้ขีดมาทั้งกลัก
บางครั้งยังติดไฟไม่ได้เลย เพราะนั่นคือสิ่งที่เราไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวัน
หากวันนี้เราไม่สร้างความเข้มแข็งทางด้านวัฒนธรรมให้กับเด็กและเยาวชนเหล่านี้
พวกเขาก็จะเติบโตโดยไม่มีทักษะของการใช้ชีวิต ไม่รู้จักแก้ปัญหาเอาตัวรอดในสังคมที่เลวร้าย
รวมถึงจิตใจที่ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน การได้รู้ถึงที่มาที่ไปของบรรพบุรุษคือ เครื่องที่จะทำนายได้ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร |
 |
ถึงแม้ว่ามีผู้ให้ความสนใจกับหมู่บ้านวัฒนธรรมแห่งนี้มาก
แต่ปัญหาที่ประสบอยู่ในขณะนี้ก็คือ เรือนไม้บางหลังไม้ผุและพังลงไปตามอายุการใช้งานเพราะขาดงบประมาณในการบำรุงซ่อมแซม
ดังที่กล่าวไปแล้วว่าหมู่บ้านวัฒนธรรมแห่งนี้เป็นการมารวมกลุ่มกันของชาวบ้าน ไม่ได้เป็นการรวมลงทุนจากนักธุรกิจแต่อย่างใด รายได้จากการร่วมสมทบทุนจากผู้เข้าร่วมก็ไม่เพียงพอที่จะบูรณะซ่อมแซมได้
หากไม่มีหน่วยงานหรือองค์กรที่เข้ามาดูแล ในส่วนนี้ผู้เขียนคิดว่าในไม่ช้าเราจะไม่เหลือเรือนไม้เหล่านี้ให้ลูกให้หลานเราได้เป็นที่เรียนรู้อีกต่อไป |
แม้ว่าเหตุการณ์และสภาพของบ้านเมืองจะประสบกับวิกฤตทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงมาหลายครั้งก็ตาม รวมทั้งต้องฝ่าฟันกับปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นอันเป็นผลกระทบจากการเจริญเติบโตของเมือง
แต่ชุมชนก็ยังคงยืนหยัดและมั่นคงในการดำรงวิถีของชุมชนทางด้านวัฒนธรรมของตนเองได้อย่างเข้มแข็งและพอเพียง
โดยมีศูนย์กลางการรองรับในรูปแบบของ "หมู่บ้านวัฒนธรรมถลาง พิพิธภัณฑ์มีชีวิต"
เรื่องโดย นายมอร์แกน |