ภูเก็ต ... ไข่มุกแห่งอันดามัน ทัวร์ภูเก็ต เที่ยวภูเก็ต ที่พัก ภูเก็ต โดยคนภูเก็ต




เรื่อง / ภาพ ...วิโรจน์ ทองอ่อน

มั๋วโง้ย พิธีกรรมแนะนำผู้มาใหม่
ทุกปี เมื่อวันคล้ายวันเกิดของเราเวียนมาถึง เราก็จะร้องเพลง Happy Birth day เป่าเทียน แล้วก็ตัดเค้ก จากนั้นก็ตามด้วยการเลี้ยงฉลอง ดูเหมือนจะเป็นวันที่มีความสุขวันหนึ่ง

ย้อนกลับไปเมื่อวันแรกที่เราลืมตามาดูโลก ในอดีตการคลอดไม่ได้คลอดที่โรงพยาบาล และไม่ได้ผ่าตัดคลอดเหมือนปัจจุบัน แต่เป็นการทำคลอดกับหมอตำแย จะบอกว่ามีความสุขหรือทรมาน
คุณผู้หญิงที่ผ่านประสบการณ์ตรงนี้คงเข้าใจดี และเมื่อคลอดแล้วก็ต้องอยู่ไฟโดยการนำก้อนหิน หรือที่เรียกกันว่า "ก้อนเส้า" มาย่างไฟ จากนั้นก็นำมาห่อผ้าแล้วจึงนำมาประคบบริเวณหน้าท้อง เพื่อให้มดลูกเข้าอู่ ทำอย่างนี้อยู่ประมาณ 7 วัน หรือมากกว่านั้น ส่วนอาหารที่คนเพิ่งคลอดลูกกินกันก็จะเป็น หมู โดยจะนำมาผัดกับน้ำมันงา และมักจะกินแกงพริกเพื่อให้มีน้ำนมมาก ๆ ที่สำคัญห้ามกินของแสลง เช่น กล้วยหอม แตงกวา แตงโม เป็นต้น เพราะของพวกนี้จะเป็นของเย็น อาจทำให้การไหลเวียนของเลือดไม่ดี
ภูเก็ต .
1. เกาะเฮ ( วันเดียว )
2. Phuket Fantasea ( วันเดียว )
3. เกาะรังใหญ่ และ เกาะไข่ ( วันเดียว )
4. ทัวร์รอบเกาะภูเก็ต ( วันเดียว )
5. เกาะรายา ( วันเดียว )
6. เที่ยว 4 เกาะ ( วันเดียว )
7. ภูเก็ตแดนสวรรค์ ( 3 วัน 2 คืน )

พังงา
1. อ่าวพังงา - เกาะปันหยี ( วันเดียว )
2. ล่องเรือแคนู อ่าวพังงา ( วันเดียว)
3. หมู่เกาะสิมิลัน ( วันเดียว )
4. ล่องแก่งพังงา ( วันเดียว )
5. เที่ยวเกาะยาว ( มีให้เลือก )

กระบี่
1. เที่ยวทะเลแหวก กระบี่ ( วันเดียว )
2. อ่าวพังงา - เกาะพีพี ( 2 วัน 1 คืน )
3. อ่าวพังงา - เกาะพีพี ( 3 วัน 2 คืน )
สำหรับเด็กที่เพิ่งคลอด คนภูเก็ตมักนิยมให้กินน้ำตาลแดง โดยนำน้ำตาลแดงมาละลายน้ำแล้วให้เด็กดูด ซึ่งเชื่อกันว่าจะได้ล้างท้อง ให้สิ่งสกปรกที่อยู่ในท้องออกมา และมีการนำด้ายสามสี คือ แดง ดำ ขาว มาควั่นเป็นเกลียว แล้วนำไปผูกที่เอวและข้อมือของเด็ก เพราะเชื่อกันว่าจะเป็นขวัญแก่แม่ซื้อ ทำให้เด็กไม่ตกใจ (แม่ซื้อก็คือ เจ้าแม่ที่คอยคุ้มครองเด็ก ๆ) แต่ปัจจุบันการปฏิบัติแบบนี้มักไม่ค่อยมีให้เห็นซักเท่าไหร่นัก เมื่อทารกเจริญวัยครบ 1 เดือน ประเพณีหนึ่งที่น่าสนใจและค่อนข้างแปลกไปจากที่อื่นของคนภูเก็ต ก็คือ การทำพิธีครบเดือน หรือที่ภูเก็ตเรียกว่า มั๋วโง้ย ซึ่งเมื่อเด็กอายุครบ 1 เดือน พ่อแม่จะทำการโกนหัวเด็ก หรือที่เรียกกันว่า "โกนผมไฟ" เพราะถือกันว่าเป็นสิ่งสกปรก
บางคนเชื่อว่าควรทำพิธีกรรมนี้ก่อนเด็กอายุครบเดือน ซัก 2 - 3 วัน จะทำให้เด็กว่านอนสอนง่าย ไม่ดื้อ หากทำหลังจากเด็กครบเดือนไปแล้ว จะทำให้เป็นเด็กดื้อ จากนั้นก็จะนำเด็กไปไหว้พระที่ศาลเจ้า บางคนก็จะขอชื่อจีนจากเจ้าแม่กวนอิมเสียด้วยเลย การนำเด็กมาไหว้พระ ก็เพื่อเป็นการขอบคุณเทพเจ้า ที่ได้ประทานเด็กมาให้ และให้คุ้มครองเด็กให้อยู่เย็นเป็นสุข โดยจะนำขนมที่ถือว่าเป็นสิริมงคลไปไหว้พระด้วย คือ ขนมเต่า (อังกู้) มีความหมายว่า ให้มีอายุมั่นขวัญยืน ขนมถ้วยฟู (ฮวดโก้ย) หมายถึง ให้มีความเจริญรุ่งเรือง ขนมอิ่วปึ่ง หมายถึง ให้มีความกลมเกลียวและสามัคคี ไข่ไก่ย้อมสีแดงเพื่อเป็นสิริมงคล

หลังจากเสร็จพิธีแล้ว พ่อแม่ หรือตัวแทน ก็จะนำขนมที่เตรียมไว้ไปแจกญาติ ๆ ด้วย เพื่อเป็นการบอกกล่าวให้ญาติพี่น้อง ได้รับรู้ว่าได้มีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้น และขณะนี้มีอายุครบเดือนแล้ว ส่วนใหญ่พิธีกรรมนี้มักจะทำเฉพาะกับเด็กผู้ชายเท่านั้น แต่ปัจจุบันเด็กผู้หญิงก็มีการปฏิบัติอย่างนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งแล้วแต่ความสะดวกของแต่ละครอบครัว
เมื่อญาติ ๆ ได้รับขนมที่นำไปฝากแล้ว ก็จะให้ของตอบกลับมา คือ หมี่สั่ว หมายถึง ให้มีอายุยืน ข้าวสาร หมายถึง ให้อุดมสมบูรณ์ ไข่ไก่ หมายถึง ให้มีบุตรหลายสืบทอดกันต่อไป น้ำตาลกรวด หมายถึง ให้มีชื่อเสียงและเกียรติยศ แต่ปัจจุบันนี้มักให้เป็น อั่งเปา เสียเป็นส่วนใหญ่
จะเห็นได้ว่า ตั้งแต่คลอดจนกระทั่งครบเดือน เด็กจะได้รับการดูแลเอาใจใส่ และได้รับสิ่งที่เป็นมงคลทั้งร่างกายและจิตใจ รวมทั้งความสุขทางด้านจิตใจของพ่อแม่และญาติ ๆ ด้วย เพราะในสมัยก่อนวิทยาการทางด้านการแพทย์ไม่ได้เจริญเหมือนอย่างทุกวันนี้ การที่เด็กคนหนึ่งจะเติบโตขึ้นมาได้ต้องเผชิญกับโรคภัยไข้เจ็บ และปัจจัยอื่น อีกมากมาย ดังนั้นพิธีกรรมดังกล่าว อาจส่งผลให้จิตใจของพ่อแม่และญาติดีขึ้นก็เป็นได้

ปัจจุบันแม้ว่าวัฒนธรรมเหล่านี้เลือนหาย ขาดตอนไปบ้างเป็นบางช่วง แต่ก็ยังมีผู้ที่ถือปฏิบัติอยู่บ้างแล้วแต่โอกาสอันสะดวก ทั้งนี้และทั้งนั้นแก่นแท้ของพิธีกรรม อาจแฝงไปด้วยความเหนียวแน่น และเป็นปึกแผ่นของพี่น้องและญาติมิตร การอยู่ร่วมกันในสังคม ผู้ที่มาใหม่ได้ทำการแนะนำตัว และเป็นที่ยอมรับของผู้ที่อยู่ก่อน อันจะเป็นความรักใคร่สามัคคี ถ้อยทีถ้อยอาศัย ลูกหลานใครเป็นที่รู้จักกันถ้วนหน้า

การเจริญเติบโตของเมืองอาจทำให้เราห่างกัน แต่หากเราค่อยเรียน ค่อยรับ ค่อยปรับ ค่อยเสริม

วัฒนธรรมเหล่านี้ก็อาจจะเป็นวิธีหนึ่งที่จะทำให้สังคมน่าอยู่ยิ่งขึ้น และหากว่าเราคาดหวังจะให้อนาคตของบ้านเมืองเราเป็นอย่างไร ก็เก็บเอาความคาดหวังนั้นมาปลูกฝัง และอบรมสั่งสอน ให้กับลูกหลานของเราเสียตั้งแต่วันนี้ บางทีอนาคตก็อาจเป็นได้ดั่งใจเรา

 

สำนักงานใหญ่ 36 ถ. บางกอก   อ.เมือง    จ.ภูเก็ต   83000    โทร/แฟ็กซ์   076 - 355872 มือถือ 081 - 3709116
E-mail:info@konphuket.com ทะเบียนพาณิชย์อิเล็คทรอนิค เลขที่ 0837314702988
webdesign By
Morgan Creation